ลิเวอร์พูล เปิดรังแอนฟิลด์ ถล่ม เซาแธมป์ตัน ขาดลอย

ลิเวอร์พูล
Share on facebook
Share on twitter

“ยิ่งแลก ยิ่งโดน”  ลิเวอร์พูล เปิดรังแอนฟิลด์ ถล่ม เซาแธมป์ตัน ขาดลอย 4-0

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 13 ในส่วนของค่ำคืนวันเสาร์ ลิเวอร์พูล ได้เปิดรังแอนฟิลด์ เป็นนัดที่ 2 ติดต่อกันในลีก รับ เซาแธมป์ตัน ที่ตอนนี้รั้งอันดับ 13 แต่ผลงานหลังเบรกทีมชาติมาไม่ค่อยดี สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม หงส์แดงมาในระบบ 4-3-3 ส่วนทางฝั่งนักบุญ ปรับมาเป็น 3-4-3 แบบเฉพาะกิจ

เกมเริ่มมาได้แค่นาทีกว่าๆ ลิเวอร์พูล มาได้ประตูนำ 1-0 จากการประสานงานกันระหว่าง มาเน่ และ โรเบิร์ตสัน ก่อนจะจ่ายยัดไปหน้าประตูให้ โชต้า วิ่งเข้ามาปิดบัญชี อย่างไรเสีย เซาแธมป์ตัน ยังไม่เสียทรง เพราะพวกเขาพยายามจะเพรสซิ่งและบีบสูงตั้งแต่แดนบน ซึ่งมันก็รบกวนคู่แข่งได้ดี แต่มันไม่สามารถจะเปลี่ยนเป็นเกมรุกได้ อีกทั้งยังโดนเจ้าบ้านแกะเพรสแล้วเอาไปยิงประตู 2-0 ขณะที่ก่อนจบครึ่งแรก แนวรับของนักบุญโหม่งเคลียร์ไม่ค่อยดี ทำให้ อาคันทาร่า ได้เก็บตกแล้วยิงแฉลบเข้าเป็น 3-0

ครึ่งหลัง เซาแธมป์ตัน แก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัว 2 คน ในตำแหน่งกองหลังและเสริมกองหน้า พร้อมกับเปลี่ยนระบบเป็น 4-4-2 ซึ่งในช่วงต้น พวกเขาพยายามจะขึงบุก แต่สปีดของบอลและศักยภาพที่เป็นรอง ก็มีผลให้ ลิเวอร์พูลชิงบอลเอาไปโต้กลับ หรือบุกใส่อยู่ตลอด กระทั่งมาโดนลูก 4-0 จากลูกเตะมุมที่เปิดมาให้ ฟาน ไดค์ ยิงวอลเลย์ กระนั้นแนวรับนักบุญก็มีส่วนพลาด เพราะยืนประกบอยู่ดีๆ ก็ดันถอยห่างตอนที่บอลมาถึงตัว จากนั้น เซาแธมป์ตัน ก็ยังคงเดินเกมบุกอยู่ ซึ่งก็พอมีโอกาส แต่ทำไม่ได้ ขณะที่ ลิเวอร์พูล มีการถอดตัวหลักออกไปพัก กระนั้นก็ยังสร้างโอกาสได้อยู่ แต่ยิงไม่เฉียบคม

ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม ลิเวอร์พูล เจอทรงบอลที่เข้าทาง เพราะการที่คู่แข่งดันตัวขึ้นมาบุกสู้ มันก็ส่งผลให้การทำเกมบุกในแดน 3-4 มีพื้นที่ว่างค่อนข้างเยอะ ซึ่งประตูที่ 1 และ 2 จะเห็นได้ชัด อย่างไรเสียในเกมรับ ก็ยังมีรูรั่วให้เห็น โดยเฉพาะการโดนโจมตีทางริมเส้นแล้วโยนบอลไปยังหน้ากองหลัง หรือเสาไกล รวมถึงการก่อความผิดพลาดง่ายๆ ซึ่งในวันนี้ยังดีที่คู่แข่งไม่คม มิเช่นนั้นโดนส่องไปแล้ว ส่วนทางฝั่ง เซาแธมป์ตัน พวกเขาวางหลัง 3 ก็เพื่อให้กลางและหน้าเพรสซิ่ง หรือทำเกมบุกได้อย่างสบายใจ แล้วมีหลังแน่นๆ 3 ตัว คอยเก็บกวาด แต่ภาพที่ปรากฏ คือ เมื่อบอลถูกแกะเพรสจากกลางเมื่อไร แนวรับเอาไม่อยู่เลย สุดท้ายครึ่งหลังจึงต้องจำยอมกลับมาเล่นหลัง 4 เหมือนเดิม แม้สกอร์จะนำขาดไปแล้ว  

ติดตามบทความ ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ sportintrends.com

FB : Sport lover

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter